ยินดีต้อนรับ - Welcome

ยินดีต้อนรับ - Welcome - Bienvenu - Bienvenido - Benvenuto - ευπρόσδεκτος - желанный - רצוי - 受歡迎 - 환영받는 - مرحب به – इच्छित

ตัวฉัน ... My self

ปฏิทินของฉัน ... My Calendar

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สิ่งที่ควรระวังในการเดินทางไปประเทศต่าง ๆ

ในแต่ละประเทศ นอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแล้ว ยังมีเหตุการณ์ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่คนไทยควรต้องระมัดระวังไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการเดินทางท่องเที่ยว

ประเทศเขมร
     - เขมรเป็นประเทศยากจนประเทศหนึ่ง จึงมีขอทานเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก การให้เงินหรือสิ่งของกับขอทานเป็นเรื่องที่ท่านต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อท่านให้เงินเด็กขอทานไปหนึ่งคน จะมีเด็กขอทานอีกเป็นจำนวนมาก ตรงมายังท่าน รุ้มหน้าล้อมหลังเพื่อขอเงินจากท่านอีกเป็นเวลานาน

ประเทศเกาหลีใต้
     - แม้ว่าประเทศเกาหลีใต้ จะมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ ยังคงเคร่งครัดต่อนักท่องเที่ยวบางประเทศมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย เนื่องจากเขากลัวว่าผู้ที่เข้าประเทศบางส่วนจะหลบหนีเข้าไปทำงานอย่างไม่ถูกขั้นตอน สิ่งที่ควนระวังมีหลายเรื่อง เช่น การแต่งกาย ลักษณะท่าทางการแสดงออก

ประเทศจีน
     - สถานที่เที่ยวในประเทศจีน ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่กว้างและอยู่ห่างกันมาก หรือต้องขึ้นบันไดสูง ดังนั้นผู้ที่จะท่องเที่ยวควรมีสุขภาพที่แข็งแรง มีร่างกายพร้อมที่จะเดินเป็นระยะทางไกล ๆ ได้สะดวก

ข้อแนะนำ เพื่อความปลอดภัย เมื่ออยู่บนเครื่องบิน

การปฏิบัติตนเมื่ออยู่บนเครื่องบินแล้ว รวมถึงประสบการณ์ของเรา มานำเสนอเป็นแนวทางเพื่อความปลอดภัย ในการเดินทางโดยเครื่องบินดังนี้

     ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสารการบินโดยเคร่งครัด
     - แน่นอนว่า กฏระเบียบที่เกิดขึ้นก็เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกท่าน ดังนั้นก่อนหรือขณะขึ้นเครื่องบินควรที่จะศึกษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบของสายการบินอย่างเคร่งครัด

    ฟังและชม คำแนะนำของแอร์โฮสเตททุกครั้ง
     - แม้จะเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นประจำแต่การรับฟังรับชมซ้ำ ๆ จะช่วยให้ติดอยู่ในความทรงจำ แม้ในยามฉุกเฉิน ก็จะสามารถปฏิบติได้โดยอัตโนมัติ

     สำรวจเข็มขัดนิรภัยโดยทดลองใส่เข้าและถอดออกเพื่อมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยใช้ได้
     - เนื่องจากเข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนเครื่องบิน จะมีความแตกต่างจากเข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนรถ คือเข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนรถจะเป็นลักษณะกดเพื่อปลดล็อค แต่เข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนเครื่องบินจะเป็นลักษณะดึงตัวล็อคขึ้นมาเพื่อปลดล็อค

     ไม่ควรเดินไปมาบนเครื่องโดยไม่จำเป็น
     - ขณะที่เครื่องขึ้น - ลง ทุกคนจะต้องถูกเตือนให้นั่งลงและรัดเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้ว แต่ในช่วงที่เครื่องขึ้นในระดับเพดานบินที่ปลอดภัยแล้ว จะมีสัญญาณแจ้งว่า สามารถปลดเข็มขัดนิรภัยได้ ซึ่งหากไม่มีความจำเป็นใด ก็ไม่ควรปลดเข็มขัดนิรภัยออก นอกจากนี้การเดินไปมาบนเครื่องควรทำเท่าที่จำเป็น เช่น เดินเข้าห้องน้ำ เท่านั้น เนื่องจากในบางครั้งการทรงตัวของเครื่องอาจเกิดความผิดปกติได้ เช่น การตกหลุมอากาศอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้โดยสารได้

     ควบคุมอารมณ์และมีสติอยู่เสมอ
     - เรื่องที่สำคัญในทุกสถานการณ์คือ การมีสติ จะช่วยให้สามารถแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายได้ในทุกกรณีเป็นอย่างดี

การรักษาความปลอดภัยในการไปท่องเที่ยว

การเช่ารถ
ควรเลือกรถที่คุ้นเคย หรือต้องสละเวลา เพื่อทำความคุ้นเคยกับระบบไฟ, เบรค,ที่ปัดน้ำฝน, ยางอะไหล่ ก่อนออกรถ
ล็อคประตูรถไว้ตลอดเวลา แม้ว่าจะอยู่ข้างใน หรือ นอกรถ จอดรถไว้ในที่ที่มีแสงสว่าง และมีคนสัญจรไปมา และตรวจภายในของรถ ก่อนขึ้นรถทุกครั้ง
พกกระเป๋าสตางค์ หรือสุมดเช็คไว้กับตัว อย่าทิ้งไว้ในรถ
เก็บแผนที่และรายการท่องเที่ยว ไว้ในลิ้นชักหน้ารถ เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว
ถ้าหลงทางให้ขับไปที่ที่สาธารณะ เพื่อดูแผนที่ อย่าจอดรถดูแผนที่ข้างถนน หรือ ในที่เปลี่ยว

การป้องกันภัยเวลาเข้าพักในโรงแรม
หาเส้นทางที่ใกล้ที่สุด สำหรับหนีไฟ หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน
เมื่ออยู่ในห้อง ควรจะใช้ล็อคทุกตัวที่มีอยู่
ให้ผู้ที่ขอเข้าห้องแสดงตัวก่อนว่าเป็นใคร หากไม่แน่ใจในตัวคนนั้น ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรม
ปิดกระเป๋าเดินทางของท่านก่อนออกจากห้องทุกครั้ง และควรล็อคกระเป๋าไว้ตลอดเวลา จัดของที่ออกจากกระเป๋า ให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ เพื่อง่ายต่อการสังเกตุ
อย่าทิ้งเงิน เช็คเดินทาง บัตรเครดิต หรือกุญแจรถ ไว้ในห้อง ให้เก็บเงิน เครื่องประดับ หรือสมบัติอื่นๆ ไว้ในตู้เซฟ ของโรงแรม
หากมีของหายให้รีบแจ้งผู้บริหารของโรงแรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่ออกเดินทางแล้ว
อย่าพกเงินเป็นจำนวนมาก ถ้าจำเป็นต้องพกเงินเยอะ พยายามอย่าให้คนอื่นเห็น
บันทึกเบอร์ของเช็คเดินทางและบัตรเครดิต เก็บไว้ในที่ปลอดภัย
พกเฉพาะบัตรเครดิตที่คาดว่าจะใช้ ถ่ายสำเนาบัตรเครดิต ไว้ก่อนเดินทาง
อย่าบอกคนแปลกหน้าว่าจะเดินทางไปไหน ใช้เส้นทางใด
ไม่ควรบอกให้คนอื่นรู้ว่านำเงินติดตัวมามากน้อยแค่ไหน

ชมวิว
เก็บนามบัตรของโรงแรม หรือ กล่องไม้ขีดไว้กับตัว เพื่อจะได้รู้ว่าโรงแรมชื่ออะไร ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์
ถามทางจากเจ้าหน้าที่ของโรงแรมและควรถามด้วยว่า จุดไหนที่ไม่ควรไป
เลือกคนนำเที่ยวอย่างรอบคอบ
พยายามใช้เส้นทางและสถานที่ที่มีไฟสว่าง
พกเฉพาะเงินสดที่จะต้องใช้ และควรเป็นธนบัตรใบเล็กๆ
พกแผนที่เดินทาง โดยเฉพาะที่ที่จะไป
ควรระวังให้ดีก่อนที่จะให้คนแปลกหน้าถ่ายรูป หรือถ่ายวิดิโอให้

เมื่อเข้าเมือง
ผู้ชายควรพกกระเป๋าสตางค์ไว้ในกระเป๋าเสื้อนอก หรือในกระเป๋ากางเกง
ผู้หญิงควรถือกระเป๋าไว้ติดตัว และปิดกระเป๋าไว้ตลอด
ระวังคนรอบตัวเมื่ออยู่ระหว่างชมการแสดงในอากาศ เช่น แสดงการบิน โดดร่ม, การแสดงดอกไม้ไฟ, เมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้น เพื่อชมการแสดง อาจทำให้พวกมิจฉาชีพได้โอกาส
ระวังคนที่พยายามเข้ามาพูดคุยด้วย และให้ระวังเครื่องดื่ม อาจมียานอนหลับ
วางแผนการกลับโรงแรมด้วยความปลอดภัย อย่ากลับดึกจนเกินไป



การเดินทางไปต่างประเทศ

การเตรียมพร้อมและการป้องกัน
ศึกษาสถานที่ที่จะไป รวมถึงกฎหมายและวัฒนธรรม พื้นที่ บริษัทนำเที่ยวสามารถให้ข้อมูลได้ แต่มักจะไม่แนะนำถึงปัญหา ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง ข้อมูลเช่นนี้ควรจะหาจาก หนังสือพิมพ์รายวัน และ หนังสือแนะนำการเดินทาง
อย่านำสิ่งของมีค่าติดตัวไป เช่น เครื่องประดับราคาแพง เพชร พลอย ทอง
ถ้าท่านใช้แว่นสายตา ควรจะมีแว่นสำรองไปด้วย ให้พกแว่นและยาต่างๆ ไว้ในกระเป็าที่ใช้หิ้วขึ้นเครื่อง ยาที่พกไปควรบบรรจุอยู่ในกล่องของมัน ที่สามารถตรวจสอบได้ง่าย โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร และควรพกใบสั่งยา ของแพทย์ติดตัวด้วย
กระเป๋าทุกใบควรจะมีล็อค และ เขียนชื่อ ที่อยู่ติดไว้ด้วย
ถ่ายสำเนาตั๋วเครื่องบิน และ เอกสารสำคัญต่างๆ เช่น หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ และ บัตรเครดิต เก็บชุดหนึ่งไว้ที่บ้าน และอีกชุดหนึ่ง ไว้ในที่ปลอดภัย แต่แยกจากเอกสารจริง
สำเนากำหนดการเดินทาง พร้อมที่พัก ไว้ที่บ้าน เผื่อมีความจำเป็น ต้องติดต่อ
ก่อนออกเดินทาง ควรตรวจสอบยอด ในบัตรเครดิต ทั้งยอดที่ใช้ไป กับยอดที่คงเหลือสำหรับจะใช้
บริษัทประกันภัยของท่าน จะให้ความคุ้มครองท่าน เมื่อมีสิ่งของหาย หรือเกิดอุบัตเหตุ ในต่างประเทศ หรือไม่ ? หากไม่มี ท่านควรพิจารณา ซื้อประกันเพิ่ม เพื่อคุ้มครอง เมื่อท่านต้องไปต่างประเทศ

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำระหว่างเดินทาง
ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ในบางสถานที่ เช่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ ตลาด ลิฟท์ และการชมนิทัศการ
ควรรู้กฎหมายท้องถิ่นและปฏิบัติตามกฎหมายนั้น
ติดตามหนังสือพิมพ์รายวัน ภาษาอังกฤษ เพื่อให้ทราบถึงเหตุการณ์ ซึ่ง อาจจะกระทบ ต่อการเดินทาง ของท่าน ท่านอาจจะต้อง ติดต่อกับสถานฑูต ประจำประเทศนั้น เพื่อหาข้อมูล เพิ่มเติม
พกเช็คเดินทางแทนเงินสด และควรแลกเงิน เป็นสกุลของประเทศที่ท่านจะไป
อย่าแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าพกเงินเป็นจำนวนมาก ถ้าใช้บัตรเครดิต อย่าลืมนำบัตรกลับคืนมา
อย่าเก็บเงิน ตั๋วเดินทาง บัตรเครดิตไว้ในที่เดียวกัน และควรใส่กระเป๋าที่นำขึ้นเครื่องไป
อย่าทิ้งกระเป๋าไว้ตามลำพังโดยไม่มีคนคอยดูแล
พกกุญแจของโรงแรมและกุญแจรถไว้กับตัวตลอดเวลา
ถ้าพบว่ามีสิ่งของหาย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ และเก็บไปแจ้งความ นั้นไว้ เพื่อติดต่อกับประกัน
โทรตรวจสอบกับสายการบินว่ามีการเปลี่ยนแปลง ทั้งเวลา และเที่ยวบินหรือไม่

10 ประเทศที่มีความเป็นมิตรมากที่สุดในโลก

 เผยรายชื่อ 10 ประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าใจดี มีความเป็นมิตรมากที่สุดในโลก โดยวิเคราะห์จากความน่าอยู่ ปลอดภัย สถิติการเกิดคดีอาชญากรรมต่ำ และการเป็นเจ้าบ้านที่ดี (ต้อนรับอบอุ่น ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว) เป็นต้น

     “อาสค เมน” แนะนำ 10 อันดับประเทศน่าเที่ยวเนื่องจากมีความ “เป็นมิตร” ต่อนักเดินทางมากที่สุดในโลก… ไม่ว่าจะเห็นด้วย หรือไม่ก็ตาม มาดูกันว่า “10 ประเทศที่มีความเป็นมิตรมากที่สุด” ในที่นี้ ประกอบด้วยประเทศใดบ้าง

 
ประเทศเยอรมนี
อันดับที่ 10 ประเทศเยอรมนี

     จะว่าไปแล้วคนเยอรมันเองก็เป็นนักเดิน ทางท่องเที่ยวต่างประเทศตัวยง ในขณะที่ประเทศของเขาก็มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเยือนเกือบ 20 ล้านคนในแต่ละปี แม้ว่าภายนอกชาวเยอรมันอาจดูเหมือนเป็นคนเย็นชา แต่ถ้าได้รู้จักหรือทักทายกันแล้วล่ะก็ คุณจะรู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรที่พวกเขามีให้อย่างเต็มเปี่ยม

     ถึงแม้ว่าเยอรมนีจะมีสถิติการเกิดคดี อาชญากรรมค่อนข้างสูง (เพิ่มขึ้น 30% ในรอบ 7 ปี) แต่ถ้าเทียบกับสหรัฐอเมริกาก็ยังถือว่ามีสถิติการเกิดเหตุการณ์รุนแรงต่ำ กว่ามาก ที่สำคัญคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องภายในของคนในท้องถิ่น ไม่ใช่คดีทำร้ายร่างกายหรือคุกคามข่มขู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

 
ประเทศเนเธอร์แลนด์
อันดับที่ 9 ประเทศเนเธอร์แลนด์

     ในแต่ละปีที่เมืองอัมสเตอร์ดัม จะมีบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเยือนประมาณ 7 ล้านคน และสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นปลื้มก็คือ ความเป็นมิตรและมีชีวิตชีวาของชาวดัทช์

     แม้ว่าแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งของประ เทศเนเธอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งตามสถานีรถไฟ จะขึ้นชื่อเรื่อง “ล้วงกระเป๋า” นักท่องเที่ยว แต่สถิติการเกิดคดีอาชญากรรมของประเทศนี้ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ และจัดว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

 
ประเทศสกอตแลนด์
อันดับที่ 8 สกอตแลนด์

     ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางไปเยือนสกอตแลนด์ทั้งสิ้นจำนวน 16 ล้านคน ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวเหล่านี้จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง จากชาวสกอตแลนด์ที่มีมาตรฐานการศึกษาค่อนข้างสูง มีอารมณ์ขัน และยึดมั่นในวัฒนธรรมของตนเอง

     อย่างไรก็ตาม หากนำสถิติการเกิดอาชญากรรมรุนแรงในสกอตแลนด์มาเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา จะพบว่าที่นี่มีคดีอาชญากรรมสูงกว่า แต่มักเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบนอกแหล่งท่องเที่ยว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยมากนัก แถมสถิติการฉกชิง วิ่งราว รูดทรัพย์นักท่องเที่ยวยังต่ำมากๆ อีกด้วย

 
ประเทศฟิจิ
อันดับที่ 7 ประเทศฟิจิ

     ฟิจิ เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งนำรายได้หลักเข้าสู่ประเทศมากกว่า 1.4 หมื่นล้านบาทในแต่ละปี ด้วยเหตุนี้ ประเทศที่เต็มไปด้วยเกาะมากกว่า 300 แห่งอย่างฟิจิ จึงยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน

     นอกจากนี้ ชาวฟิจิยังเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นและยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ ยินดีช่วยเหลือทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวร้องขอ ที่สำคัญสถิติการเกิดอาชญากรรมยังอยู่ในระดับต่ำและลดลงอย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายที่หลังจากรัฐบาลทหารเข้าปกครองประเทศ เมื่อปี ค.ศ. 2007 คะแนนความเป็นมิตรของประเทศฟิจิก็ลดต่ำลง แต่นับว่ายังโชคดีที่ปัจจุบันนี้ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศฟิจิยังคงแข็ง แกร่งเหมือนเดิม

 
ประเทศอิตาลี
อันดับที่ 6 ประเทศอิตาลี

     อิตาลี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮอตและอยู่ในอันดับท็อปไฟว์ของประเทศที่มีนักท่อง เที่ยวเดินทางไปเยือนมากที่สุดในโลก ประเทศนี้มีประชากรราว 58 ล้านคน แต่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเยือนมากถึงปีละเกือบ 40 ล้านคนเลยทีเดียว

     เมื่อใดก็ตามที่นักท่องเที่ยวสนใจ ศึกษาวัฒนธรรมของชาวอิตาลี พวกเขาก็พร้อมที่จะสอนทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการทำอาหารหรือสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะ แม้ว่าประเทศนี้จะขึ้นชื่อเรื่องล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว แต่ถ้าหากเราเตรียมการป้องกันเป็นอย่างดีก็แทบไม่มีอะไรให้กังวลอีก

 
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อันดับที่ 5 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

     เป็นที่รู้กันว่าชาวสวิสขึ้นชื่อใน เรื่องการทุ่มเทและตั้งใจทำงานอย่างหนัก อีกทั้งยังซื่อสัตย์เชื่อถือได้ แต่สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจก็คือ ความเป็นมิตรของผู้คน ทั้งยังเอาใจใส่ดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ชาวสวิสจะให้ข้อมูลทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ และยินดีให้ความช่วยเหลือเมื่อถูกร้องขอ

     ด้านความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วโดยส่วนใหญ่ สถิติการเกิดคดีอาชญากรรมก็ต่ำกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 50% ถึงแม้ว่าจะมีขโมยมากกว่า แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนหนึ่งพบว่าการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนี้ มีความปลอดภัยมากกว่าการเดินเล่นแถวบ้านตนเองด้วยซ้ำ

 
ประเทศออสเตรเลีย
อันดับที่ 4 ประเทศออสเตรเลีย

     ออสเตรเลีย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 5 ล้านคนเดินทางเข้าไปเยือนในแต่ละปี ส่งผลให้มีรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวปีละเกือบสองแสนล้านบาท

     สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีอะไรให้นักท่องเที่ยวกังวลมากนัก เพราะมีสถิติการเกิดอาชญากรรมต่ำ ยกเว้นปัญหาเรื่องการ “ขโมยรถ” เนื่องจากมีสถิติรถหายสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ถึง 2 เท่า ซึ่งถ้าหากใครมีแผนเช่ารถขับกินลมชมวิวที่ออสเตรเลียแล้วล่ะก็คงต้องคอยดูแล รถให้ดีๆ

 
ประเทศแคนาดา
อันดับ ที่ 3 ประเทศแคนาดา

     แคนาดา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มักอยู่ในอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับ (ในด้านที่ดี) ไม่ว่าจะเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก เมืองปลอดภัยที่สุดในโลก หรือแม้กระทั่งเมืองที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เป็นต้น

     สาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการที่แคนาดามีสถิติการเกิดอาชญากรรมรุนแรงในระดับที่ต่ำ มาก ทั้งยังยินดีเปิดบ้านต้อนรับคนต่างชาติไม่ว่าจะในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้ อยู่อาศัย จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมแคนาดาจึงอุดมไปด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อนักท่อง เที่ยวมากที่สุดในโลก

 
ประเทศนิวซีแลนด์
อันดับที่ 2 ประเทศนิวซีแลนด์

     นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่มีประชากรเพียง 4 ล้านคน ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมธรรมชาติอัน บริสุทธิ์และสวยงามของประเทศนี้ราว 2 ล้านคน ส่งผลให้มีรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวสูงถึงปีละ 6.7 หมื่นล้านบาท

     พลเมืองของประเทศนี้ขึ้นชื่อในเรื่อง ของความซื่อสัตย์และไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ถึงขนาดไม่ล็อคประตูบ้าน และมีมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยภายในองค์กรที่ไม่ค่อยเข้มงวดมากนัก แม้ว่าปัจจุบัน ทางการนิวซีแลนด์จะกระตุ้นให้เพิ่มความระมัดระวังและรักษาความปลอดภัยให้ เข้มงวดขึ้น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว พวกเขายังคงน่ารักและเป็นมิตรกับทุกคนเหมือนเช่นเคย

 
ประเทศไอร์แลนด์
อันดับที่ 1 ประเทศไอร์แลนด์

     โลนลี่ แพลนเน็ต ยกย่องให้ไอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีความเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก ประเทศนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดใน ยุโรป ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเยือนมากกว่า 6 ล้านคน ในขณะที่มีประชากรเพียง 4 ล้านคนเท่านั้น

     แม้ว่าผู้คนในประเทศนี้จะมีอดีตที่แสนเจ็บปวดจากการเข่นฆ่าและภัยสงคราม แต่ในปัจจุบันสถิติอาชญากรรมของไอร์แลนด์อยู่ในระดับที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ (ต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา 75%) จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่แสนสงบสุข ผู้คนนิยมออกมาสังสรรค์กันตามผับเพื่อแชร์ความทุกข์ ร่วมสุข และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ที่สำคัญชาวไอร์แลนด์ยังต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เสมือนเพื่อนอีกด้วย

เตรียมจัดกระเป๋าก่อนเที่ยวต่างประเทศ

การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ท่านจำเป็นต้องวางแผนเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อม เพื่อได้เที่ยวตามงบ ไปยังในประเทศที่ต้องการ อย่างสนุก ครบรส มาเตรียมจัดของกันให้พร้อมก่อนเดินทางกันดีกว่า ของใช้ที่จำเป็นต้องนำไปด้วยในระหว่างอยู่ต่างประเทศ ดังนี้


• เสื้อผ้า
• เสื้อยืด
• เสื้อผ้าอื่นๆ ตามสภาพอากาศของประเทศที่จะไป
• กางเกง (ถ้ากระเป๋ามีของที่ต้องแบกเยอะแล้ว แนะน้าเป็นกางเกงผ้า น้้าหนักจะเบากว่ากางเกงยีนส์)
• ชุดนอน
• ชุดชั้นใน
• เสื้อแจ๊กเก็ต ลองจอน ถุงเท้า ถ้าเป็นฤดูหนาวอย่าลืมหมวก ผ้าพันคอและถุงมือ
• หมวก
• แว่นกันแดด
• รองเท้าแตะ
• ผลิตภัณฑ์สาหรับร่างกาย
• แปรงสีฟัน และ ยาสีฟัน
• แชมพู สบู่ โฟมล้างหน้า
• โรลออน
• หวี ครีมกันแดด ลิปมัน โลชั่น เครื่องส้าอางค์ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเฉพาะตัว
• แผ่นอนามัย (ส้าหรับคุณผู้หญิง)
• ผ้าเช็ดตัว
• ไดร์เป่าผม
• คอนแทคเลนซ์ และซัพพลายต่างๆเช่น น้้ายาล้าง กล่องใส่ และกระจกเล็กๆ
• แว่นสายตา
• ยาประจ้าตัว รวมไปถึงชุดปฐมพยาบาลชุดพกพา
• บัตรเครดิตและกระเป๋าสตางค์
• โทรศัพท์มือถือพร้อมที่ชาร์จ
• กล้องถ่ายรูปและซัพพลายต่างๆเช่น แบตเตอรี่ เมมโมรี่การ์ดและสายชาร์จ
• หนังสืออ่านเล่น laptop ipod คู่ใจ
• กระดาษทิชชู่แบบพกพา
• ถุงพลาสติก(ส้าหรับใส่เสื้อผ้าใส่แล้ว ท้าถุงขยะ ฯลฯ)
• กระเป๋าเดินทางใบเล็ก (Day pack) ส้าหรับแยกของใช้จ้าเป็นระหว่างวัน
• ป้ายชื่อติดกระเป๋า กุญแจล็อกกระเป๋า
• Hand bag ส้าหรับใส่ของที่ shopping มาในขากลับ
• Adapter และปลั๊กพ่วง ส้าหรับ IT lover
• มีดพก กรรไกรจิ๋วและกรรไกรตัดเล็บ
• เข็มกลัดซ่อนปลาย หรือ Sawing kits
• สมุดและปากกา ส้าหรับจดบันทึกสิ่งที่น่าสนใจ

การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปต่างประเทศ



การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปต่างประเทศ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรจะสอบถามแพทย์ประจำตัวของท่านว่า สามารถเดินทางไกลได้หรือไม่ ถ้าได้ ก็ต้องเตรียมยาประจำตัวที่ใช้ทุกวันไปให้พร้อม ซึ่งมีความสำคัญพอๆ กับพาสปอร์ตเลยทีเดียว เพราะหากเดินทางโดยไม่มียา และเกิดปัญหาขึ้นบนเครื่องบิน การแก้ไขปัญหาอาจทำไม่ได้หรือทำได้ก็อาจไม่ทันเวลา ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานอาจมีระดับของน้ำตาลในเลือดสูงมากเกินไป หรือผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หากไม่ได้รับยา เพื่อควบคุมความดัน อาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน
เสื้อผ้า
  1. ศึกษาสภาพภูมิอากาศของเมืองที่กำลังจะเดินทางไปอยู่ และเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมไปให้พอใช้ในช่วงแรก
  2. เสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวจัดสามารถซื้อได้เพิ่มเติมเมื่อเดินทางไปถึงแล้วโดยทั่วไปเสื้อผ้าที่จะได้ใช้มากที่สุดควรจะเป็นกางเกงยีนส์ เพราะนอกจากจะสบายสมบุกสมบันแล้ว ยังไม่ค่อยต้องซัก และไม่ต้องรีดด้วย
  3. สำหรับเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก พิจารณาจัดเตรียมไปเฉพาะเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษเท่านั้น
การประกันสุขภาพ
  1. การประกันสุขภาพมีความจำเป็นสำหรับนักเรียนต่างชาติมาก เพราะหากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐอเมริกาแพงมาก ดังนั้น หากมีการประกันแล้วจะเป็นประโยชน์ และช่วยประหยัดเงินได้มาก
  2. โดยปกติแล้ว สถานศึกษาทุกแห่งจะมีการแจ้งให้นักเรียนซื้อประกันสุขภาพได้ เมื่อเปิดภาคการศึกษานักเรียนควรจะปฏิบัติตามเป็นอย่างยิ่ง การประกันสุขภาพมีได้หลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดการประกันครอบคลุมแตกต่างกัน และอัตราในการประกันแตกต่างกัน
  3. ควรศึกษานโยบายการประกันให้เข้าใจก่อนว่ามีผลอย่างไรบ้าง และหากเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาจะได้ทราบว่า เราสามารถจะเรียกร้องจากบริษัทประกันได้หรือไม่เพียงใด
ยาสามัญทั่วไป
การเตรียมยาสามัญทั่วๆไป ที่เวลาเดินทางอาจเกิดปัญหาได้เช่น ยาแก้ปวด (พาราเซทามอล), ยาลดน้ำมูก, ยาแก้แพ้, ยาแก้ท้องอืด, ยาแก้ปวดท้อง, ยาลดกรด, ยาแก้ท้องเสีย, ยาแก้เมารถ, ยาแก้เวียนศีรษะ, ยานอนหลับ ทั้งนี้อาจต้องสอบถาม วิธีรับประทานจากแพทย์ประจำตัวของท่านด้วย
เมลาโตนิน
หากเวลาที่จุดหมายปลายทางแตกต่างจากเวลาของจุดเริ่มต้นมากจะทำให้การปรับเวลาทำได้ช้า ฮอร์โมนที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่นักเดินทาง คือ เมลาโตนิน ขนาดที่ขายกันในท้องตลาดในต่างประเทศมีหลากหลาย เช่น 300 ไมโครกรัม, 1 มิลลิกรัม, 3 มิลลิกรัม โดยทั่วๆไปแล้ววันแรกของการปรับเปลี่ยนเวลาจะใช้ขนาดที่สูงกว่าวันต่อๆมา ยกตัวอย่างในสองวันแรกอาจใช้ยาขนาด 1 มิลลิกรัม วันที่สามและสี่ อาจใช้ 600 ไมโครกรัม และในวันที่ห้าหกใช้ขนาด 300 ไมโครกรัม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและอายุ หากน้ำหนักมากกว่า 70 กิโลกรัมอาจต้องใช้ยามากขึ้น ในขณะที่หากอายุมากกว่า 60 ปี อาจต้องใช้ขนาดยาที่ลดลง อย่างไรก็ตามหากไม่มีเมลาโตนิน การใช้ยานอนหลับหรือยาแก้แพ้ก็สามารถจะช่วยในการปรับเวลาได้เช่นกัน
ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยเมื่ออยู่บนเครื่องบิน
  1. ปฎิบัติตามกฎระเบียบของสายการบินโดยเคร่งครัด
  2. ฟังและชม คำแนะนำของแอร์โฮสเตท ทุกครั้ง แม้จะเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นประจำ แต่การรับฟังรับชม ซ้ำๆ จะช่วยให้ติดอยู่ในความทรงจำ แม้ในยามฉุกเฉินก็จะสามารถปฎิบัติได้โดยอัตโนมัติ
  3. สำรวจเข็มขัดนิรภัย โดยทดลองใส่เข้าและถอดออก เพื่อมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยใช้ได้ เนื่องจากเข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนเครื่องบิน จะมีความแตกต่างจาก เข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนรถคือ เข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนรถจะเป็นลักษณะกดเพื่อปลดล็อค แต่ เข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนเครื่องบินจะเป็นลักษณะดึงตัวล็อคขึ้นมาเพื่อปลดล็อค
  4. ไม่ควรเดินไปมา บนเครื่องโดยไม่จำเป็น ขณะที่เครื่องขึ้น-ลง ทุกคนจะถูกเตือนให้นั่งและรัดเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้ว แต่ในช่วงที่เครื่องขึ้นในระดับเพดานบินที่ปลอดภัยแล้ว จะมีสัญญานแจ้งว่า สามารถปลดเข็มขัดนิรภัยได้ ซึ่งหากไม่มีความจำเป็นใด ก็ไม่ควรปลดเข็มขัดนิรภัยออก นอกจากนี้การเดินไปมาบนเครื่องควรทำเท่าที่จำเป็น เช่น เดินเข้าห้องน้ำ เท่านั้น เนื่องจากในบางครั้งการทรงตัวของเครื่องอาจเกิดความผิดปกติได้ เช่น การตกหลุมอากาศ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้โดยสารได้
  5. สังเกตประตูทางออกฉุกเฉิน โดยปกติทางออกฉุกเฉินจะมีอยู่ทั้งด้านหน้า กลาง ด้านหลัง และ ด้านซ้ายหรือด้านขวาของเครื่องบิน ในขณะอยู่บนเครื่องควรสังเกตและจดจำไว้ ในกรณีที่จำเป็นจะได้ออกทางประตูฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
  6. ควบคุมอารมณ์และมีสติอยู่เสมอ เรื่องที่สำคัญในทุกสถานการณ์คือ การมีสติ จะช่วยให้สามารถแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายได้ในทุกกรณีเป็นอย่างดี
สิ่งที่ควรระวังในการเดินทางไปประเทศต่างๆ บางประการ
  1. ประเทศเนปาล เกิดปัญหาทางการเมืองที่รุนแรง มีการปฏิวัติการปกครอง หลายครั้ง ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นนองเลือด ระหว่างประชาชน ผู้ปกครองประเทศ จึงควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ โดยเฉพาะในเมืองหลวงของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ หน่วยงานของผู้ปกครองประเทศ
  2. ประเทศเขมร เป็นประเทศยากจนประเทศหนึ่ง จึงมีขอทานเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก การให้เงินหรือสิ่งของกับขอทานเป็นเรื่องที่ท่านต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อท่านให้เงินเด็กขอทานไปหนึ่งคน จะมีเด็กขอทานอีกเป็นจำนวนมาก ตรงมายังท่าน รุมล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อขอเงินจากท่านอีกเป็นเวลานาน หรือจนกระทั่งท่านออกจากสถานที่แห่งนั้น เนื่องจากสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศ ทำให้ในบางพื้นที่ เช่น พื้นที่นารกร้าง พื้นที่ป่า บางแห่ง ยังคงมี ระเบิด หรือ กับระเบิดหลงเหลืออยู่ ยกเว้นในสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของประเทศ เช่น ปราสาทนครวัด นครธม หรือ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ดังนั้นท่านไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางหากไม่จำเป็น
  3. ประเทศเกาหลีใต้ แม้ว่าประเทศเกาหลีใต้ จะมีนโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ ยังคงเคร่งครัดต่อนักท่องเที่ยวบางประเทศมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย เนื่องจากเขากลัวว่าผู้ที่เข้าประเทศบางส่วนจะหลบหนีเข้าไปทำงานอย่างไม่ถูกขั้นตอน ดังนั้นในการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้แม้ว่าจะตั้งใจไปเที่ยวจริง ก็ต้องสมควรระมัดระวังในหลายเรื่อง เช่น การแต่งกาย และลักษณะท่าทางการแสดงออก
  4. ประเทศจีน สถานที่เที่ยวในประเทศจีน ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่กว้าง และ อยู่ห่างกันมาก หรือต้องขึ้นบันไดสูง ดังนั้น ผู้ที่จะท่องเที่ยวควรมีสุขภาพที่แข็งแรง มีร่างกายพร้อมที่จะเดินเป็นระยะทางไกลๆ ได้สะดวก
วัคซีนที่ควรพิจารณาก่อนเดินทางและท่องเที่ยว
  1. วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
  2. วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)
  3. วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ (JE)
  4. วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
  5. วัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ (Typhoid)
  6. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
  7. วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal)
  8. วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (Polio)
การเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน
  1. ที่นั่งริมหน้าต่าง มีข้อดีคือท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์ที่อยู่นอกหน้าต่างได้ แต่ในการเดินทางระยะไกล อาจไม่สะดวกหากต้องลุกออกจากที่นั่งเพื่อเข้าห้องน้ำหรือทำธุระอื่นๆ ซึ่งจะต้องลุกเดินผ่านที่นั่งด้านข้างเคียง ในกรณีที่เป็นคนแปลกหน้า อาจทำให้เกิดความรำคาญถ้าต้องเดินเข้า-ออก หลายครั้ง แต่หากเป็นคนรู้จักกันปัญหาคงน้อยลง ในกรณีที่คาดว่าจะต้องลุกออกจากที่นั่งบ่อยครั้ง ขอแนะนำให้เลือกที่นั่งด้านริมทางเดินจะสะดวกกว่า
  2. สำหรับการเลือกที่นั่งตอนหน้าหรือหลังของเครื่อง จะขึ้นกับประเภทของที่นั่งที่ท่านทำการจองไว้ แต่หากเป็นประเภทเดียวกัน การเลือกที่นั่งช่วงที่ห่างจากห้องน้ำ จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเนื่องจากผู้โดยสารที่เดินผ่านไป-มา แต่หากท่านคาดว่าจะต้องเข้าห้องน้ำหลายครั้ง หรือ ไม่สะดวกในการเดินอาจเลือกช่วงที่ใกล้ห้องน้ำก็แล้วแต่
  3. นอกจากนี้การเลือกที่นั่งตอนหน้าจะได้รับการบริการจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก่อน เช่นการเสริฟอาหาร เนื่องจากขั้นตอนในการให้บริการ
  4. ในปัจจุบันนี้สายการบินเกือบทุกสายการบินมักกำหนดให้เป็นเที่ยวบินปลอดบุหรี่ จึงไม่จำเป็นต้องเลือกที่นั่งเป็นพื้นที่สูบบุหรี่หรือไม่
การแจ้งนำของใช้ส่วนตัวไปต่างประเทศ
  1. ถ้าต้องการนำของใช้ส่วนตัวออกไประหว่างการเดินทาง เช่น กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป วิทยุ-เทป ฯลฯ และประสงค์จะนำกลับเข้ามาในประเทศจะต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อสิทธิในการยกเว้นภาษีอากร
  2. ของต้องห้ามในการนำออกนอกราชอาณาจักร ได้แก่ ยาเสพติดให้โทษ วัตถุระเบิด
  3. ของต้องจำกัดในการนำออกนอกราชอาณาจักร หมายถึงสิ่งของบางชนิดที่มีกฎหมายควบคุมการส่งออกผู้ที่ประสงค์จะนำหรือส่งออกไปต้องได้รับอนุญาตเป็น หนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนำมาเสนอต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะนำออกด้วย เช่น พระพุทธรูป ศาสนวัตถุ โบราณวัตถุ สัตว์สงวนหรือสัตว์เลี้ยง เช่น นก ลิง แมว พันธุ์พืช เช่น ทุเรียน ลำไย อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน

เมื่อต้องเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ

ข้อมูลการเตรียมตัวเดินทาง
เดินทางครั้งแรก

1. สนามบิน เช็คเวลาเดินทางของสายการบินให้ละเอียดพร้อมทั้งสอบถาม อาคาร และหมายเลขเคาน์เตอร์ ให้แน่ชัดก่อนเดินทางสู่สนามบิน และควรเดินทางมาเช็คตั๋วก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
2. เอกสารการเดินทางที่สำคัญ ที่สุดของการเดินทางคือ หนังสือเดินทาง หรือ Passport จะต้องมีอายุเหลือ นับจากในวันเดินทาง อย่างน้อย 6 เดือน ** ควรตรวจเช็คหน้าวีซ่า (เฉพาะประเทศที่ต้องสมัครขอก่อนเข้าประเทศ) ว่าชื่อ รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางถูกต้องหรือไม่ / ตั๋วเครื่องบิน / เอกสารจองที่พัก รถไฟ เรือ ฯลฯ
3. การเช็คอินสายการบิน ใช้ตั๋วเครื่องบิน และหนังสือเดินทาง เตรียมกระเป๋าที่จะลงท้องเครื่องชั่งน้ำหนัก(การเตรียมตัวข้อ5) อยากจะนั่งตรงไหนหน้าต่าง หรือ ริมทางเดิน ก็แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบิน แล้วเจ้าหน้าที่จะให้ ใบบรอดดิ้งพาส หรือบัตรระบุที่นั่ง พร้อมแทคกระเป๋า ตามจำนวนที่เราฝากลงท้องเครื่อง (สำคัญมากเพราะเป็นหลักฐานสำหรับใช้เคลมเมื่อกระเป๋าที่ฝากเกิดความผิดพลาดในการส่ง หรือเสียหาย)
4. ออกเมืองไปขึ้นเครื่อง หลังจากเช็คอินแล้ว ต้องเดินต่อไปยังส่วน ตรวจหนังสือเดินทาง (เดินตามป้ายที่มักใช้คำว่า Departure) หลังตรวจหนังสือเดินทางก็เดินไปยังประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) โดยเช็คในใบบรอดดิ้งพาส จะมีการตรวจความปลอดภัยอีกครั้ง ที่ประตูขึ้นเครื่อง แล้วขึ้นไปนั่งตาม Seat mที่ระบุในใบบรอดดิ้งพาส
5. บนเครื่อง ฟังอธิบายการใช้อุปกรณ์ต่างๆ และประตูฉุกเฉิน จากเจ้าหน้าที่สายการบินให้เข้าใจ ปิดโทรศัพท์ รัดเข็มขัดตลอดเวลา อย่าคุยเสียงดังรบกวนคนอื่น หรือนำอาหารกลิ่นแรงๆขึ้นไปกินบนเครื่อง เพราะมีอาหารและเครื่องดื่มฟรีอยู่แล้ว(บางสายการบินที่ราคาต่ำอาจต้องจ่ายเงินสำหรับของที่ไม่อยู่ในรายการ)
6. การต่อเครื่อง transit ออกจากเครื่องแล้วเดินตามป้าย TRANSIT หรือ เช็คจอทีวีดูว่าจะต่อเที่ยวบินอะไร จะมีระบุว่าให้ไปที่ประตูหมายเลขใด เวลาเท่าไหร่เครื่องออก(เวลาท้องถิ่น) แล้วไปตาม Terminal หรือ Gate ที่ระบุไว้
7. ลงเครื่อง เดินตามป้าย ARRIVAL หรือ BAGGAGE CLAIM จะนำเราไปที่ตรวจคนเข้าเมือง เข้าแถวรอตรวจให้ถูกช่อง แล้วเดินไปยังรางรับกระเป๋า(จะมีจอทีวีใหญ่ ระบุว่ามาเที่ยวบินไหน ให้รับกระเป๋าที่รางกระเป๋าหมายเลขใด) รับกระเป๋าให้เรียบร้อย ผ่านศุลกากรจนถึงทางออกจากสนามบิน....



เตรียมตัวอย่างไร?

1. ของใช้ประจำตัวที่สำคัญ ประเภท ยาประจำตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่โกนหนวด หวี เครื่องสำอาง โลชั่นทาผิว ลิปมัน และหากมีผิวที่ไวต่อสารสารระคายเคือง ก็ควรนำสบู่ ครีมล้างหน้าติดไปเองด้วยจะดีกว่าครับ
2. เสื้อผ้า ควรมีการจัดเตรียมให้เหมาะกับสภาพอากาศ ก่อนเดินทางก็มาเช็คสภาพอากาศก็ได้ครับ ควรวางแผนการใส่เสื้อผ้าในแต่ละวันก่อนเดินทาง เสื้อผ้าจะได้ไม่ขาดหรือเกินโดยไม่จำเป็น ***หากไปเที่ยวในที่ที่มีอากาศหนาวมากๆ ควรมีเสื้อรัดรูป(ลองจอห์น) หมวกไหมพรม ถุงมือ และเสื้อกันหนาวที่อบอุ่นไปให้พร้อม
3. ชุดชั้นใน ทั้งท่านชายและท่านหญิงก็จัดไปตามจำนวนวันเลยครับ หรือหาประเภทใช้แล้วทิ้ง หากไปต่างประเทศนานๆก็พิจารณาเองนะครับ เพราะถ้าเที่ยวกับทัวร์หาโอกาสซักตาก ยากครับ
4. รองเท้า ที่มักเจอปัญหาบ่อยคือ โดนรองเท้ากัดเพราะเปิดกล่องรองเท้าใหม่ หากซื้อใหม่ก็ทดลองใส่ให้ชินเท้าก่อนนะครับ จะได้ไม่ต้องทรมานกับของใหม่ตอนไปเที่ยว ** หากต้องเดินบนหิมะควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางด้านล่าง ไม่ควรใช้รองเท้าพื้นเรียบ เพราะจะลื่นง่าย
5. กระเป๋าเดินทาง ควรจัดของให้พอดีกับกระเป๋า เพราะถ้าจัดของน้อยใส่กระเป๋าใบใหญ่เวลาขึ้นเครื่องกระเป๋าอาจถูกของคนอื่นทับจนบี้แบนเสียรูปได้ ถ้ามากเกินไปเวลาเขาโยนส่งกระเป๋าอาจทำให้กระเป๋าแตก หรือปริได้ นอกจากนั้นกระเป๋าที่หนักเกินไปจะทำให้หูกระเป๋า ล้อเลื่อนของกระเป๋า จากไปก่อนวัยอันควรได้ครับ ถ้าร้ายกว่านั้นคือ สายการบินบางที่จะไม่ยอมให้นำกระเป๋าที่หนักเกินไปขึ้นเครื่อง เพราะเขากลัวพนักงานเขาหลังหัก หรือท่านมาเคลมตอนกระเป๋าชำรุด คราวนี้มีอะไรอยู่ข้างในก็จะต้องแบ่งออกมาใส่กระเป๋าอื่น กระเป๋าโดยทั่วไปควรเกิน 20-25 กก. หรือ ยกด้วยแขนข้างเดียวแล้วกระเป๋าลอยขึ้นมาจากพื้นได้นั่นแหละครับจึงใช้ได้ กำหนดน้ำหนักกระเป๋าทั่วไปแต่ละใบไม่เกิน 20 กก. กระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กก. ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่ง คือควรทำสัญลักษณ์บนกระเป๋าของท่านให้ต่างจากกระเป๋าใบอื่นเช่นผูกโบว์ หรือติดป้ายชื่อเด่นๆ เพื่อป้องกันคนที่ใช้กระเป๋าที่คล้ายกับเราเขาหยิบผิดไปครับ "ถ้ามีรหัสล๊อกก็จดจำให้ดีนะครับ"
6. **เสบียงอาหาร อาหารในรายการทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารท้องถิ่น ถ้าไม่ชินกับอาหารจีนก็เตรียมเสบียงอาหาร หรือเครื่องชูรสที่ชื่นชอบไปได้ครับ ***บางประเทศ ห้ามนำพืช ผลไม้ ผักสด ผ่านศุลกากรเข้าสู่ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา จีน เป็นต้น
7. เมื่อมีเด็กเล็ก ควรนำของที่เด็กชอบเป็นพิเศษติดตัวไปด้วยครับ
8. ข้อนี้ สำหรับสุภาพสตรีครับ อย่าลืมผ้าอนามัย เพราะบางที่ก็หายากครับ ติดไว้มั่นใจกว่า
9. เงิน และการแลกเงิน ควรติดเงินสดสกุลเงินของประเทศที่จะเดินทางไปจากเมืองไทยครับ จะได้ราคาที่ดี ถ้าเงินของบางประเทศไม่สามารถหาแลกได้ในเมืองไทย ก็ควรแลกเป็น US Dolla ไปแลกเงินท้องถิ่นอีกครั้งที่สนามบินหรือโรงแรมเมื่อเดินทางถึงแล้ว *** ควรมีบัตรเครดิตติดตัวไว้ตลอด
10. เวลา ควรศึกษาโซนเวลาของประเทศต่างๆก่อนเดินทาง จะได้กำหนดเวลาพัผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีแก้การปรับเวลาของร่างกายไม่ได้(เจตแลค) คือ พยามฝืนตัวเองอย่านอนกลางวัน และหัวค่ำ ให้นอนให้ดึกที่สุดในช่วงปรับตัว2 วันแรก
11.ไฟฟ้า ประเทศต่างๆมีระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถใช้ได้ทุกระบบ ***จะมีปัญหาก็ตรงหัวปลั๊ก จึงควรเตรียมหัวปลั๊กที่ถูกต้องติดตัวไปด้วย (สามารถซื้อได้ที่สนามบินขาออก)
12.มีดพับ กรรไกร ที่ตัดเล็บ ของมีคมฯลฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง ควรใส่ในกระเป๋าใบใหญ่ แล้วเช็คอินลงใต้ท้องเครื่อง
13.ไม่ควรนำเครื่องประดับราคาสูงติดตัวไปด้วย เพราะเป็นอันตรายกับตัว และเสี่ยงจากการสูญหาย
14. กล้องและฟิล์ม ควรนำฟิล์ม แผ่นบันทึกภาพ ที่ชาร์ตไฟ และแบตเตอรี่สำรองติดตัวไปให้พร้อมครับ
15. อื่นๆ แว่นกันแดด หมวก ร่มขนาดเล็ก ครีมทากันแดด หนังสืออ่านเล่น เกมส์ พิจารณากันตามสมควร

ที่มา : http://www.thai-indochina.net/thai/tours/pre-out.htm