ยินดีต้อนรับ - Welcome

ยินดีต้อนรับ - Welcome - Bienvenu - Bienvenido - Benvenuto - ευπρόσδεκτος - желанный - רצוי - 受歡迎 - 환영받는 - مرحب بهइच्छित

ตัวฉัน ... My self

ปฏิทินของฉัน ... My Calendar

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยวฮ่องกง

16 เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยวฮ่องกง
     ในแต่ละประเทศ  แต่ละเมืองก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติที่แตกต่าง กันออกไป  เมื่อคนเดินทางไปที่ไหนๆ ที่ความเป็นอยู่แตกต่างไปจากบ้านเรา ดังนั้นก่อนจะเดินทางไปต่างประเทศได้รับรู้เรื่องราวของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดลับ ข้อควรปฏิบัติหรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยน่ารู้ของการใช้ชีวิต  การเดินทาง การกินอยู่ นับได้ว่าเป็นเรื่องอันมีประโยชน์มหาศาลเพราะจะช่วยให้คุณได้รู้ว่าควรจะเตรียมรับมืออย่างไรหากเกิดปัญหา
      1.การเดินทางของที่นี่มีหลากหลายบริการให้เลือกไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถราง แท็กซี่ หรือเรือข้ามฟาก เพราะฉะนั้นคุณต้องศึกษาสถานที่ และเส้นทางการเดินรถให้ดีก่อนตัดสินใจว่า จะเลือกใช้บริการระบบขนส่งชนิดใด เรื่องราวน่ารู้ของการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะของที่นี่มากมายอย่างรถเมล์ของที่นี่จะไม่มีการทอนเงิน ควรเตรียมค่ารถให้พอดี และอย่าตกใตถ้าเห็นคนยืนต่อกันหลายแถวบริเวณป้านรถเมล์ เพราะรถเมล์ที่นี่เขาจะจอดตรงป้ายที่ระบุไว้เท่านั้น โดยจะแยกป้านรถเมล์ออกเป็นแต่ละเบอร์ คุณต้องรอคิวที่ป้านหมายเลขรถของคุณ และมีหลายสายที่ไม่ได้ทำการเดินรถตลอดคืน เพราะฉะนั้นสอบถามให้ละเอียดเสียก่อน จะได้ไม่ต้องยืนรอเก้อ
      2.รถไฟใต้ดินของที่นี่ปิดบริการตอนเที่ยงคืน ดังนั้นยามค่ำคืนแท็กซี่จึงดูเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดแต่อย่าตกใจถ้าคนขับแท็กซี่คิดค่าบริการสูงกว่าราคาบนมิเตอร์ เพราะเขาจะต้องทำการชาร์ตเงินเพิ่ม กรณีที่คุณเดินทางข้ามระหว่างฝั่งเกาลูนและเกาะฮ่องกง เพราะที่นี่รถทุกคันต้องจ่ายค่าบริการใช้อุโมงค์ข้ามฟากและอีกอย่างที่ควรรู้ไว้ คือ เขามีการจำกัดจำนวนคนนั่งบนรถแท็กซี่ด้วย โดยจะมีป้ายบอกไว้บนตัวรถ โดยปกติแล้ว จะอนุญาตให้นั่งได้ไม่เกิน 5 คน

     3.ค่าเดินทางโดยสารที่แพง อย่างค่ารถไฟใต้ดินก็ตกอย่างต่ำ 50 บาท และการเดินทางข้ามฟาก หรือข้ามเขาไปมาก็ราคาค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นคุณควรตัดสินใจวางแผนการเดินทางว่าในแต่ละวันจะใช้เวลาท่องเที่ยวอยู่ในแถบไหน ฝั่งเกาลูน ฝั่งฮ่องกง อาเบอร์ดีน หรือเกาะอื่นๆ เป็นโซนๆ ไปเลย จะได้ไม่เสียเวลาเสียสตางค์ข้ามไปข้ามมา

      4.ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีระเบียบวินัยเข้มงวดพอสมควร อย่างการเข้าแถวขึ้นลง บันได ให้ทุกคนยืนชิดด้านซ้ายของทางตัวเองไว้ เพราะทางขวาไว้สำหรับคนที่รีบเร่งเท่านั้น หรือการเดินรถ ทุกคนก็จะขับในเลนใครเลนมัน ไม่ค่อยมีการปาดหน้า หรือเปลี่ยนเลนอย่างปุ๊บปั๊บ การข้ามถนนก็ต้องรอสัญญาณไฟเสมอ และข้ามตรงทางม้าลายเท่านั้น หรือการเรียกรถแท็กซี่ ก็ต้องมีการเข้าคิว ต่อแถวตรงจุดที่กำหนด การขึ้นรถ ลงรถทำได้บริเวณที่ทางการอนุญาตเท่านั้น หรือเพียงแค่การทิ้งขยะไม่ถูกที่หรือการถ่มน้ำลายในพื้นที่สาธารณะก็อาจทำให้คุณถูกปรับเป็นเงินหลายพันบาทได้

       5.เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวทุกอย่างคือการบริการไม่ว่าคุณจะเรียกใช้หรือเอ่ยปากขออะไร ขอให้คุณเตรียมเงินทิปเพื่อเป็นสินน้ำใจกับพนักงานไว้ด้วยจำนวนที่เหมาะสม ก็คือ 5-10 เปอร์เซ็นต์ ของค่าบริการทั้งหมด และการเอ่ยปากขอน้ำจิ้มเพิ่มในร้านอาหารบางแห่งก็อย่าตกใจที่ในบิลจะมีค่าน้ำจิ้มนั้นๆ รวมอยู่ด้วย

      6.อาหารที่นี่ แม้จะราคาสูงกว่าบ้านเรา แต่ก็มีขนาดจานที่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้นหากคุณเดินทางไปกับเพื่อนๆ หลายคน แล้วคิดจะสั่งอาหารแบบจานใครจานมันมาทาน คุณอาจจะลองสั่งมาก่อนสัก 2-3 เมนูดูขนาดจานว่าใหญ่ขนาดไหน แล้วค่อยสั่งเพิ่มเติมทีหลังหากไม่อิ่ม อย่ากลัวจะเสียเวลา เพราะที่นี่เขาทำอาหารและบริการรวดเร็ว รอสักนิดดีกว่าสั่งมากินเหลือมากมาย

       7.เมื่อเดินทางเข้าร้านอาหารใดๆ อย่าได้หวังว่าจะได้พบกับการต้อนรับด้วยน้ำเย็นแก้วโต เพราะที่นี่เขาเน้นการทานน้ำชา และไม่ชอบบริโภคน้ำเย็น เพราะฉะนั้นระมัดระวังไว้นิดก่อนคิดจะจิบน้ำชาเข้าปากเพราะคุณอาจปากพองได้ เขาเสิร์ฟน้ำชากันแบบร้อนจี๋ อุณหภูมิสูงกว่าน้ำชาเมืองไทยหลายเท่านัก

       8.หากว่าเจอฝนตก คนต้องกางร่มบังฝน เมื่อจะก้าวขึ้นตึกใดๆ ก็แล้วแต่ คุณต้องนำร่มเก็บในถุงเก็บร่มที่เขาจะมีบริการแขวนไว้ให้ที่บริเวณทางเข้า ป้องกันไม่ให้คุณหิ้วร่มเปียกๆ ไปสร้างความเลอะเทอะกับพื้นทางเดินอาคารของเขา ถ้าฝ่าฝืนหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจได้รับคำกล่าวตักเตือนจากบรรดาพี่ยาม

      9.ระมัดระวังขณะอยู่ในที่ชุมชน คนเยอะๆ อาจโดนลักขโมยข้าวของได้ ถึงแม้ว่าคนมากมายรอบตัวคุณนั้นจะเป็นนักท่องเที่ยวด้วยกันก็อย่าไว้วางใจเพราะกล่มกรุ๊ปทัวร์ แอบฉกกระเป๋า เงินทองไปพร้อมๆ กับการเดินเที่ยว ถือเป็นทรัพย์สินของแถมติดไม้ติดมือกลับบ้าน

       10.เวลาเช็กอิน-เช็กเอาท์ของโรงแรมที่นี่ไม่เหมือนกับที่บ้านเรา บางทีเขาก็ให้เข้าพักได้ตอนเที่ยงหรือบางทีก็อาจเป็นช่วงบ่าย เพราะเขาให้เวลาเช็คเอาท์เลตได้ถึงบ่ายสองเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นควรเช็กก่อนล่วงหน้า เพื่อความชัวร์ จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลารอห้อง หรือรีบร้อนหอบข้าวหอบของออกมาแต่หัววัน

      11.สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ที่คุณควรเตรียมติดกระเป๋าไป คือ เครื่องอะแดปเตอร์ไปด้วย เพราะที่นี่เขาใช้ปลั๊กไฟ 3 ขา หากคุณหอบเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากเมืองไทย หรืออย่างที่ชาร์ตแบตมือถือ ก็อาจจะต้องหอบไปหนักกระเป๋าเปล่าๆ เพราะหาปลั๊กเสียบไม่ได้

       12.บริการหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง คือ รถไฟสาย เออีแอล (AEL) หรือที่เรียกเต็มๆ ว่า Airport Express Link รถไฟสายด่วน จากสนามบินแล่นถึงใจกลางเมือง ด้วยเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น และที่สำคัญ ขากลับ หากคุณเลือกใช้บริการรถไฟนี้ จากในเมือมาที่สนามบิน คุณยังสามารถเช็กอิน และโลหดกระเป๋าได้ที่สถานีรถไฟใจกลางเมือง แล้วเดินทางขึ้นรถอย่างสะดวกสบายไม่ต้องหอบสัมภาระให้ลำบาก หรืออยากจะเช็กอิน ส่งกระเป๋าเตรียมขึ้นเครื่องล่วงหน้าให้เรียบร้อยแล้วคุณใช้เวลาเดินช้อปปิ้งปิดท้ายแล้วค่อยขึ้นรถไฟไปสนามบินกกตอนเวลาใกล้ๆ เครื่อง Take off ก็ยังได้ แต่ก็คำนวณเวลาให้ดีๆก็แล้วกัน เพราะที่นี่เขามีกฎในการปิดประตูเครื่องก่อนขึ้นบิน 20 นาที และพนักงานก็รักษาระเบียบอย่างเคร่งครัด ถ้าคุณมาไม่ทันรับรองว่าตกเครื่องแน่นอน..
     13.น้ำจืดราคาแพง  ในห้องส้วมที่นี่ เครื่องชักโครกทุกอันใช้น้ำทะเลเพราะด้วยความที่เป็นเกาะ น้ำจืดมีราคาแพงเพราะฉะนั้นเขาจึงมีการวางท่อน้ำทะเล เพื่อใช้สำหรับน้ำชักโครกโดยเฉพาะ

      14.เจ้าพ่อฮวงจุ๊ย  ตึกรามบ้านช่อง ที่เราเห็นว่ามีรูปทรงแปลกตา สวยงามไม่ซ้ำใคร เป็นเพราะความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย ที่คนฮ่องกงเขาเชื่อถือกันอย่างเคร่งครัด ถึงขนาดที่เวลาขึ้นปีใหม่ของทุกปี เขาจะมีรายการโทรทัศน์คอยบอกรายละเอียดเลยว่าปีนี้ราศีนี้ควรจัดบ้านอย่างไร ต้องเอาอะไรประดับตรงไหน

      15.รถยนต์ที่นี่ เราจะพบเห็นแต่ยี่ห้อหรูหราอย่าง เบนซ์ เล็กซัส หรือว่าบีเอ็มดับเบิ้ลยู เพราะว่าคนที่จะมีรถได้ต้องมีฐานะดีมาก เนื่องจากการมีรถหนึ่งคันจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก จนกระทั่งที่เขากล่าวว่ามีรถก็เหมือนมีเมียหรือมีลูกเพิ่มขึ้นอีกคนเพราะนอกจากค่ารถ ค่าน้ำมันแล้ว ยังต้องซื้อประกัน ซื้อที่จอด และต้องดูแลอีกสารพัด

      16.ธนบัตรของที่นี่ แม้ว่าจะเป็นฉบับที่มีมูลค่าเท่ากันก็มีหลากหลาย หลายลวดลาย เพราะว่าเขามีหลายธนาคารที่รับผิดชอบการพิมพ์ การผลิต จะมีความเหมือนกันอยู่อย่างเดียวก็คือ สี ที่จำแนกตามราคา
 

ของต้องห้ามต้องกำกัด

ของต้องห้าม  หมายถึงของที่มีกฎหมายกำหนดห้ามนำเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเด็ดขาด และในบางกรณีห้ามการส่งผ่านด้วย ผู้ใดนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรจะมีความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นความผิดตามมาตรา 27 และ 27 ทวิของกฎหมายศุลกากรด้วย ตัวอย่างสินค้าต้องห้ามในการนำเข้า-ส่งออก มีดังนี้
 1.1 วัตถุลามก การนำเข้าและส่งออกวัตถุลามก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบหนังสือ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งที่พิมพ์ขึ้น รูปภาพ
       ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย และภาพยนตร์ลามกหรือวัตถุลามกอื่น ๆ
1.2 สินค้าที่มีตราหรือลวดลายเป็นรูปธงชาติ
1.3 ยาเสพติดให้โทษ
1.4 เงินตรา พันธบัตร ใบสำคัญรับดอกเบี้ยพันธบัตรอันเป็นของปลอมหรือแปลงเหรียญกษาปณ์ที่ทำให้น้ำหนักลดลงโดยทุจริต
       ดวงตราแผ่นดิน รอยตราแผ่นดินหรือพระปรมาภิไธย ดวงตราหรือรอยตราของทางราชการอันเป็นของปลอม
1.5 สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น แถบบันทึกเสียง (เทปเพลง) แผ่นบันทึกเสียง (คอมแพคดิสก์) แถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) โปรแกรม
       คอมพิวเตอร์ หนังสือ หรือสินค้าอื่นใดที่ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
1.6 สินค้าปลอมแปลงหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้า


2. ของต้องกำกัด หมายถึงสินค้าที่มีกฎหมายกำหนดว่าหากจะมีการนำเข้า-ส่งออกหรือผ่านราชอาณาจักรจะต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ เช่น ต้องมีใบอนุญาตการนำเข้าและส่งออก ต้องปฏิบัติตามประกาศอันเกี่ยวกับฉลากหรือใบรับรองการวิเคราะห์ หรือเอกสารกำกับยา เป็นต้น ผู้ใดนำของต้องกำกัดเข้ามา หรือส่งออก หรือส่งผ่านราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้ให้ครบถ้วน จะมีความผิดตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ และเป็นความผิดตามมาตรา 27 และ 27 ทวิของกฎหมายศุลกากรด้วย ตัวอย่างสินค้าที่มีมาตรการนำเข้า,สินค้าที่มีมาตรการส่งออก,สินค้ามาตรฐานและมาตรฐานสินค้า สามารถดูได้ที่ กรมการค้าต่างประเทศ จัดระเบียบเพื่อควบคุมการนำเข้าหรือส่งออก มีดังนี้

 2.1 เงินตราไทยและเงินตราต่างประเทศ
2.2 พันธุ์ยางและยางธรรมชาติ
2.3 ยาสูบ รวมถึงต้นยาสูบและใบยาเส้น
2.4 สัตว์และซากสัตว์
2.5 เครื่องวิทยุคมนาคม และส่วนแห่งเครื่องวิทยุคมนาคม
2.6 อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน
2.7 วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน
2.8 ยา เชื้อโรค และพิษจากสัตว์
2.9 สุรา
2.10 สินค้าประเภทอาหารที่มีความหวานเจือปน
2.11 เครื่องชั่ง ตวง วัด

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นั่งเครื่องบินไม่เสี่ยงติดโรคอย่างที่คิด

นั่งเครื่องบินไม่เสี่ยงติดโรคอย่างที่คิด
   
           เอเอฟพี - ผลการศึกษาล่าสุดพบ อากาศภายในห้องผู้โดยสารของสายการบินทั่วไป แทบไม่มีส่วนช่วยแพร่กระจายเชื้อไข้หวัด หรือโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ตามที่หลายฝ่ายหวาดวิตก
      
        แลนซิท วารสารการแพทย์รายสัปดาห์ชื่อดังของอังกฤษ ซึ่งวางแผงเสาร์นี้ (12) ระบุว่า "สายการบินพาณิชย์มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการแพร่เชื้อโรคซึ่งมากับผู้โดยสารและลูกเรือ แต่ระบบควบคุมสิ่งแวดล้อมที่ติดตั้งในสายการบินเหล่านี้ อาจควบคุมการแพร่เชื้อทางอากาศได้ อีกทั้งความเสี่ยงที่คาดคิดกันก็รุนแรงเกินกว่าความเป็นจริง"
      
        ผลการศึกษาครั้งนี้สวนทางกับจำนวนผู้โดยสารสายการบินที่ลดลง ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากความหวั่นเกรงการแพร่ระบาดของไวรัสระบบทางเดินหายใจชนิดใหม่อย่างโรคซาร์ส และไข้หวัดนก ตลอดจนการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ เช่น ไข้ทรพิษ เหล่านี้ทำให้ข้อกังขาเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบระบายอากาศบนเครื่องบินยิ่งเพิ่มขึ้น
      
        กระนั้น นักวิจัย นำโดยมาร์ค เกนดรู แห่งแผนกการแพทย์ฉุกเฉินของศูนย์การแพทย์ลาฮีย์ คลินิก ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อมูลที่ดีที่สุดในปัจจุบันบ่งชี้ว่า สายการบินที่ทันสมัยไม่ได้เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคมากไปกว่าพื้นที่จำกัดอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ออฟฟิศ
      
        สายการบินที่มีการรักษาระดับความกดอากาศจะดูดอากาศในห้องผู้โดยสารผ่านห้องเครื่อง อากาศเหล่านั้นจะไหลเวียนผ่านความร้อน แรงบีบอัด และความเย็น ก่อนจะปล่อยกลับเข้าสู่ห้องโดยสารอีกครั้งด้วยระบบระบายอากาศ
      
        เครื่องบินพาณิชย์เกือบทั้งหมดที่ให้บริการ มีการหมุนเวียนของอากาศในห้องผู้โดยสาร 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งเพื่อประหยัดค่าเชื้อเพลิง อย่างไรก็ดี นักวิจัยบอกว่า โอกาสในการแพร่กระจายของไวรัส หรือจุลินทรีย์ผ่านระบบรีไซเคิลนี้ ลดลงด้วยเหตุหลายปัจจัย
      
        โดยปกติ อากาศที่ถูกรีไซเคิลจะไหลเวียนผ่านเครื่องกรองประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถขจัดฝุ่นละออง ไอน้ำ แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงดักจับอณูไวรัส ได้ถึง 99.97 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เนื่องจากเชื้อโรคพวกนี้ส่วนใหญ่ฟุ้งกระจายมากับละอองของเหลวจากผู้ที่ไอ หรือจาม
      
        นอกจากนั้น ดีไซน์ของระบบระบายอากาศก็เป็นอีกปัจจัยที่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของอนุภาคต่างๆ แม้แต่ในห้องผู้โดยสาร
      
        ทีมของเกนดรู บอกว่า อากาศบนเครื่องบินมีการเปลี่ยนแปลงถี่กว่าภายในอาคารที่ทำงานทั่วไปมาก อีกทั้งการไหลเวียนยังเป็นแบบจากด้านข้างสู่ด้านข้าง เข้าสู่ห้องโดยสารจากเหนือศีรษะ และดูดออกทางพื้นห้อง นั่นหมายความว่า โอกาสที่ผู้โดยสารแถวหลังจะติดเชื้อจากการจามของผู้ที่นั่งแถวหน้าจึงมีความเสี่ยงน้อยมาก

10 วิธีเซฟตี้ของสาวเดินทาง

10 วิธีเดินทางไกลแบบปลอดภัย สไตล์สาวๆ






เดี๋ยวนี้สาวไทยใจกล้า ออกเดินทางแบบตะลุยเดี่ยวหรือไปไหนกันเองเฉพาะสาวๆกันมากขึ้น
แต่ไม่ว่าจะไปใกล้ไปไกลแค่ไหน สาว ๆ อย่างเราก็มีปัญหากว่าพวกผู้ชายอยู่แล้ว
โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย การระวังตัวจึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่ง
สำหรับการเดินทางแต่ละครั้ง และนี่เป็นวิธีปฏิบัติง่าย ๆ สำหรับผู้หญิงเดินทาง

1. สวมแหวนไว้ที่นิ้วนางข้างซ้าย แม้คุณจะยังไม่มีชายใดหมายปองก็ตามที
แต่นี่เป็นการป้องกันตัวเองอย่างง่าย ๆ จากผู้ชายแปลกหน้าที่จะเข้ามาตอแย
เพราะสาวที่มีพันธะแล้ว หนุ่ม ๆ มักลดความสนใจลง
แต่อย่าสวมแหวนเพชรเม็ดงามไปล่ะ เพราะจะกลายเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพแทน

2. วัฒนธรรมของแต่ละประเทศย่อมแตกต่างกันไป การเรียนรู้ข้อมูลไปก่อนย่อมสำคัญที่สุด
โดยเฉพาะเรื่องภาษา ท่าทาง เพราะผู้ชายบางทีเพียงแค่ทักทาย ยิ้มให้หรือส่งสายตาทักทาย
เขาก็อาจตีความไปว่าสาวเจ้าเชื้อเชิญเข้าแล้ว

3. อย่ารับของจากคนแปลกหน้า ว่ากันตั้งแต่อยู่สนามบินเลย
ถ้ามีคนฝากโหลดกระเป๋ามากับคุณ อย่าใจดีเพราะเขาอาจแอบยัดของผิดกฎหมายมาด้วย
และเมื่ออยู่ระหว่างการเดินทาง อาทิใน ผับ บาร์ ปาร์ตี้ อย่ารับแก้วเครื่องดื่มจากผู้อื่น
หรือทิ้งแก้วน้ำของตัวเองไว้ที่โต๊ะ ยานอนหลับ ยาอี หรือสารพัดยา มีโอกาสอยู่ในแก้วนั้น

4. แต่งกายให้เหมาะสม อย่าเปิด อย่าโป๊เกินเหตุ

5. พยายามอยู่ใกล้กลุ่มผู้หญิงด้วยกันไว้ ไม่วาจะอยู่ในร้านอาหาร นั่งรถไฟ รถเมล์
หรือที่สาธารณะ แม้ว่าจะไม่รู้จักพวกเขาก็ตามเถอะ เพราะนี่เป็นการป้องกันตัวเอง
ไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตา ทำให้พวกไม่หวังดีเข้าถึงตัวคุณยากขึ้น

6. เดินเหินอย่างมั่นใจ อย่าทำตัวป้ำๆเป๋อๆ ละล้าละลัง เพราะจะทำให้พวกผู้คนรู้อย่างง่ายดาย
ว่าคุณเป็นคนแปลกถิ่น สบช่องโอกาสที่จะมาทำตัวสนิทได้ทันที

7. อย่าเก็บของมีค่าไว้ในกระเป๋าเดียวกัน ควรแบ่งใส่ไว้ในหลายกระเป๋า
ถ้าใช้กระเป๋าแบบสะพายก็ควรสะพายมาด้านหน้าให้อยู่ในสายตาเรามากที่สุด

8. หลีกเลี่ยงการไปในที่เปลี่ยวและยามวิกาล

9. ถ้ามีใครมาชนคุณเข้า มีใครทำอะไรหกใส่เสื้อผ้าคุณหรือมีใครมาถามทาง รวมถึงการถูก
ห้อมล้อมโดยฝูงชนหรือบรรดาเด็กๆให้ระวังไว้ เพราะนี่เป็นหนึ่งในเล่ห์กลของมิจฉาชีพ

10. สำคัญที่สุดคือเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองถ้ารู้สึกไม่ชอบมาพากล
ให้รีบพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์นั้นทันทีอย่ารีรอ เพราะเดี๋ยวจะสายเกินแก้

ที่มา : นิตยสารขวัญเรือน


เรื่องควรรู้เกี่ยวกับโรงแรม

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับโรงแรม
อย่าคาดหวังว่าโรงแรมทุกประเทศจะมีมาตรฐานเดียวกัน คุณควรรู้เรื่องเหล่านี้ก่อนเดินทาง

นักเดินทางที่ไปมาแล้วรอบโลกจะยืนกับคุณเลยว่าไม่มีโรงแรมไหนที่เหมือนกันไปหมดทุกอย่าง โรงแรมระดับ 5 ดาวในประเทศหนึ่ง อาจเทียบได้กับโรงแรมระดับ 3 ดาว ในอีกประเทศ แม้โรงแรมจะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ความจริงแล้ว การออกแบบหรือตกแต่งรวมทั้งเครื่องใช้ในห้องพักของโรงแรมก็มักจะมาจากความเชื่อและธรรมเนียมท้องถิ่นเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คุณคาดหวังแบบผิดๆ เราจึงขอนำเสนอสิ่งที่คุณควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้ว่าจะได้เจอจากโรงแรมในประเทศต่างๆ

ไทย
ชาวต่างชาติที่เดินทางมาพักอาศัยที่โรงแรมในเมืองไทยจะรู้สึกได้เลยว่า ช่างเป็นอะไรที่คุ้มค่าเสียเหลือเกิน เนื่องจากแดนสยามของเรามีชื่อเสียงในเรื่องโรงแรมหรูชั้นยอดราคาไม่แพงซึ่งมีให้เลือกมากมายหลากหลายแห่ง เช่น โรงแรมแชงกรีลาและโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลในกรุงเทพ โรงแรมแชงกรีลาในเชียงใหม่ และโรงแรมเชอราตันในพัทยา เป็นต้น งานนี้คาดหวังไว้ได้เลยว่าลูกค้าจะได้รับการปฏิบัติราวกับราชา โดยตามปกติแล้ว โรงแรมจะมีน้ำผลไม้หรือชาไว้บริการที่โต๊ะต้อนรับ จัดวางดอกไม้ไว้บนเตียง รวมถึงเตรียมกระเช้าดอกไม้และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไว้รอท่า อย่างไรก็ตาม น้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกอาจจะปนสีเหลืองหรือสีน้ำตาลบ้างนิดหน่อย โดยเฉพาะตามโรงแรมต่างจังหวัด (แต่ปลอดภัยต่อการใช้แน่นอน) นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับโรงแรมขนาดเล็กก็คือ ฝาผนังในห้องพักจะไม่มีฉนวนกันเสียง ส่งผลให้เกิดเสียงดังรบกวน ถ้าไม่ได้อาศัยอยู่ในชั้นสูงๆ แล้วล่ะก็ มีโอกาสมากที่จะได้ยินเสียงการจราจรและเสียงอึกทึกจากภายนอก ยังไม่ต้องพูดถึงเสียงในโรงแรมที่หนวกหูไม่แพ้กัน ดังนั้น จึงเป็นการดีที่จะบอกเพื่อนหรือคนรู้จักชาวต่างประเทศที่จะมาเยือนเมืองไทยให้นำที่อุดหูติดไม้ติดมือมาด้วย ทิ้งท้ายอีกนิดว่า อย่ากระโดดพุ่งหลาวไปบนเตียง เนื่องจากเตียงของโรงแรมในไทยแข็งกว่าในประเทศอื่นๆ หากเผลอไผลกระโดดไป อาจลงท้ายด้วยการไม่หายใจก็เป็นได้้

ญี่ปุ่นดินแดนซามูไรแห่งนี้เป็นที่รู้กันมานานในเรื่องที่ดินราคาแพงหูฉี่ เพราะพื้นมีอยู่อย่างจำกัด เพราะฉะนั้น อย่าคาดหวังว่าห้องพักใน โรงแรมญี่ปุ่น จะกว้างขวางเหมือนบ้านเรา บอกได้เลยว่าที่ว่างตรงหัวนอนมีขนาดแคบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รูปร่างสูงใหญ่ นอกจากนี้ คุณควรระมัดระวังศีรษะให้ดีเพื่อจะไม่ไปฟาดกับขอบประตู-ขณะที่เดินเข้า-ออกห้องพักหรือห้องน้ำ การอาบน้ำในกรุงโตเกียวก็เป็นประสบการณ์ที่สุดแสนจะอึดอัด เพราะข้อศอกของคุณมีอันจะต้องได้ไปชนกับผนัง ชั้นวาง ฝักบัว และอื่นๆ เป็นประจำ ที่สำคัญ และควรระวังปุ่มกดชักโครกไว้ เนื่องจากในญี่ปุ่นใช้สุขภัณฑ์ชำระล้างแบบอัตโนมัติ เพราะงั้น ถ้าคุณยังไม่คุ้นเคยกับมัน ก็อาจจะมีอะไรให้ได้แปลกใจเล่นกันบ้างล่ะ

สำหรับเตียงนอนนั้นออกจะค่อนแข็งและเล็กกว่าเตียงทั่วไปในบ้านเรา เรียกว่าเป็นเตียงสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนหมอนก็มักจะบรรจุไว้ด้วยเมล็ดโซบะหรือเมล็ดบัควีท ซึ่งทั้งคู่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยหนุนรองคอคุณได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว สิ่งอื่นๆ ในโรงแรมก็จัดว่าว่ายอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พนักงานของโรงแรมที่ญี่ปุ่นมีความสุภาพมากๆ และเต็มใจให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด

โรงแรมในญี่ปุ่นที่แนะนำให้ลองไปพัก:


โรงแรมแคปซูลที่ซึ่งคุณจะได้เอนกายพักผ่อนในห้องพักที่มีลักษณะเป็นแคปซูล แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่เป็นโรคกลัวที่แคบ เพราะจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในรังผึ้งหรือรังมด แคปซูลแต่ละช่องก็มีโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์ และผ้าม่านที่ทำหน้าที่เหมือนประตู
โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกกันว่า “เรียวกัง” เช่น โรงแรม Yamatokan Ryokan ในชิสึโอกะ โดยแขกผู้เข้าพักจะต้องถอดรองเท้าออกและสวมรองเท้าแตะของโรงแรมแทน สำหรับห้องพักนั้น ก็ปูด้วยเสื่อทาทามิและมีฟูกแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า futons ไว้ให้ลูกค้านอน

อิตาลี
โรงแรมในเมืองมักกะโรนีคล้ายกับที่ญี่ปุ่นตรงที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง เหตุผลก็เนื่องมาจากพื้นที่ซึ่งค่อนข้างจำกัด แถมสุขภัณฑ์ชำระล้างแบบอัตโนมัติก็ใช้กันอย่างแพร่หลายเหมือนกันอีกด้วย (ฉะนั้น ก่อนดื่มน้ำจากตู้น้ำ ดูให้ดีๆ ก่อนว่าใช่แน่รึเปล่า) โรงแรมส่วนใหญ่บริหารงานแบบครอบครัว จึงให้ความรู้สึกที่สงบเหมือนอยู่กับบ้าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้คุณได้สัมผัสกับความสดชื่นที่แตกแต่งจากเครือโรงแรมในภูมิภาคอื่น แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ดูจะน้อยไปเสียหน่อย (ไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส บาร์ และอื่นๆ) ขณะที่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องพักอย่าง เครื่องชงชา/กาแฟ และเครื่องเป่าผมก็แทบจะไม่มีเอาซะเลย นอกจากนี้ เตรียมท้องร้องในยามเช้าไว้ด้วย เนื่องจาก โรงแรมอิตาลี ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับมื้อเช้าสักเท่าไหร่นัก ท้ายที่สุด ถ้าคุณเดินทางไปกันแบบเป็นคู่ ท่องไว้ในใจเลยว่าต้องขอเตียงแบบดับเบิ้ล (letto matrimonial) เพราะปกติแล้วพวกเขาจะจัดเตียงแบบทวิน (letti separate) ไว้ให้เป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับนักเดินทางที่มากัน 2 คน

โรงแรมในอิตาลีที่แนะนำให้ลองไปพัก:


โรงแรมสไตล์ปราสาท โดยบางโรงแรมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 เช่น โรงแรม Castello Della Castelluccia ในกรุงโรม คุณจะได้ดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์อันยาวนานและสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่วิจิตรงดงาม ขณะนั่งจิบไวน์รสเลิศและเพลิดเพลินกับภาพพระอาทิตย์ตกดินอันตระการตา

อินเดีย
“แปลก มีเสน่ห์ และเก๋ไก๋” เหล่านี้คือคำที่เหมาะจะใช้จำกัดความห้องพักของโรงแรมในแดนภารตะ ยิ่งไปกว่านั้น อัตราค่าห้องพักก็ยังน่าดึงดูดใจแบบสุดๆ เพราะคุณสามารถเข้าพักในโรงแรมระดับ 4 หรือ 5 ดาวในอินเดียได้ในอัตราค่าห้องพักระดับโรงแรม 3 ดาวของประเทศอื่น โดยส่วนมากห้องจะมีขนาดกว้างขวางและตกแต่งอย่างอลังการเพื่อสื่อถึงไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมของชาวอินเดียท้องถิ่น นอกจากนี้ คุณยังจะได้พบกับห้องพักสไตล์โคเลเนี่ยลมากมาย (โดยเฉพาะในโรงแรมที่เก่าแก่สักหน่อย) เนื่องจากอินเดียเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน แต่ข้อควรระวังก็คือ อย่าดื่มน้ำจากก๊อกเด็ดขาด! เพราะเรื่องน้ำที่ไม่สะอาดเป็นปัญหาในอินเดียมาอย่างต่อเนื่อง

โรงแรมในอินเดียที่แนะนำให้ลองไปพัก:

โรงแรมสไตล์วัง มาดูกันว่าการได้พักอาศัยในแบบมหาราชาจะเป็นเช่นไร และชื่มชมไปกับมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำลึก โรงแรมอย่าง Fateh Prakash Palace Hotel ในอุทัยปุระ หรือ The Raj Palace Hotel ในชัยปุระ ถือเป็นตัวเลือกชั้นยอดสำหรับการสัมผัสกับประสบการณ์ในราชวัง

สาระน่ารู้โดย www.agoda.co.th ผู้ให้บริการจองที่พักออนไลน์

สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง

สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง

 
กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ    
     - ที่อยู่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
     - โทรศัพท์ 0-2981-7171-99 โทรสาร 0-2981-7256

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา   
     - ที่อยู่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลซิตี้บางนา อาคาร "บางนาฮอลล์"(ด้านข้างศูนย์การค้า) ชั้น B1
     - โทรศัพท์ 0-2383-8401-3  โทรสาร 0-2383-8398
 
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปิ่นเกล้า   
     - ที่อยู่ อาคารธนาลงกรณ์ทาวเวอร์(ชั้นใต้ดิน) แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. 10700
     - โทรศัพท์ 0-2446-8111-2 โทรสาร 0-2446-8118-9
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดขอนแก่น  
     - ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น ถนนศูนย์ราชการ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
     - โทรศัพท์ 0-4324-2707, 0-4324-3462, 0-4324-2655 โทรสาร 0-4324-3441
 
 สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดเชียงใหม่  

     - ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000
     - โทรศัพท์ 0-5389-1535-6 โทรสาร 0-5389-1534
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดสงขลา 
     - ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา (หลังเก่า) ชั้น 1 ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง จ.สงขลา 9000
     - โทรศัพท์ 0-7432-6510-1 โทรสาร 0-7432-6506

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดอุบลราชธานี 
     - ที่อยู่ อาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
     - โทรศัพท์ 045-242313-4 โทรสาร 045-242301
     - E-mail : passport_ub@hotmail.com

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
     - ที่อยู่ ศาลาประชาคม ถนนหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
     - โทรศัพท์ 077-274940, 077-274942-3 โทรสาร 077-274941


สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดนครราชสีมา  
     - ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ถนนมหาดไทย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
     - โทร 044-243-132, 044-243-124 โทรสาร 044-243-133

สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดอุดรธานี 
     - ที่อยู่ ศูนย์อเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี(ตรงข้ามกับศาลหลักเมือง) ถนนอธิบดี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
     - โทร 042-212827, 042-212-318 โทรสาร 042-222-810


สำนักงานหนังสือเดินทางชัวคราว จังหวัดพิษณุโลก
    
 - ที่อยู่ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ถนนเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
     - โทร 055-258-173, 055-258-155, 055-258-131, โทรสาร 055-258-117
    
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดยะลา
     - ที่อยู่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ถนนสุขยางค์ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000
     - หมายเลขโทรศัพท์ 073-274-526, 073-274-036, 073-274-037 โทรสาร 073-274-527

สิ่งที่ควรและไม่ควรทำที่ร้านติ่มซำในฮ่องกง

สิ่งที่ควรและไม่ควรทำที่ร้านติ่มซำในฮ่องกง


คุณ คงไม่สามารถทานอาหารกลางวันอย่างเป็นสุขได้ในฮ่องกง โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในร้านติ่มซำซึ่งมักจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนล้นหลาม ไม่มีกาน้ำชากระเบื้องเคลือบอย่างดี ไม่มีสุดยอดบริการ และไม่มี เพลงแนว Bossa Nova เปิดคลอให้ได้ยินทั่วทุกมุมของร้านแต่เดี๋ยวก่อน…นั่นแหละคือความสนุกของวัฒนธรรมติ่มซำในฮ่องกงและ คุณจะไม่พบเจอความวุ่นวายแบบนั้นจากที่อื่นบนโลกใบนี้อีก จริงอยู่ที่ร้านติ่มซำนั้นมีอยู่ทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภัตตาคารอาหารจีนหรูหราที่เสิร์ฟพุดดิ้งเต้าหู้มาใน ถ้วยแก้วรูปทรงน่ารักพร้อมฝาปิด  ดังนั้น เพื่อที่จะเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมติ่มซำอย่างเต็มที่ การสั่งอาหารได้ถูกต้องนั้นยังไม่พอ แต่ต้องนำวิธีที่คนท้องถิ่นปฏิบัติมาใช้ด้วย และนี่คือข้อแนะนำถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำที่สามารถเพิ่มประสบการณ์ในการ ลิ้มรสติ่มซำของคุณให้ลึกซึ้งมากขึ้น

ควรทำ: ซ้อนเข่งติ่มซำขึ้นไปเป็นชั้น ๆ  เมื่อคุณสั่งติ่มซำ อย่าวางเข่งให้กระจัดกระจายบนโต๊ะ แต่ให้ซ้อนขึ้นไปจนกระทั่งมันเริ่มขวางกั้นคุณและคนที่คุณนั่งทานอาหารด้วย ลองนึกถึงวิธีที่พวกแก๊งมาเฟียในหนังฮ่องกงกินอาหารกันดูสิ นั่นก็คือพวกเขาจะนั่งตรงข้ามกันโดยมีกองเข่งติ่มซำหลายกองอยู่ข้างหน้า  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ

ควรทำ: เอ่ยชมรสชาติอาหารและทำเสียงประกอบด้วย ตอบสนองกับอาหารของคุณและชื่นชมแต่ละจานอย่างไม่หยุดหย่อนด้วยประโยคอย่าง เช่น: “เอ้า กินๆ ! นี่มันโคตรสดเลย!" , “อื้ม” , “อร่อย!”, “ว้าว!” และอื่น ๆ อีกมากมาย คุณจะครีเอทคำชมของคุณขึ้นมาเองก็ได้ แต่ให้ใช้ถ้อยคำเชิงบวกเท่านั้น

ไม่ควรทำ: กินเงียบๆ .. คุณควรพูดและหัวเราะเสียงดัง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะนั่งเงียบๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของร้านแล้วคร่ำครวญว่า "ทำไมพวกนั้นเสียงดังจัง ไม่รู้รึไงว่าเรากำลังอร่อยกับอาหารอยู่” อย่าลืม นี่มันฮ่องกงนะ! ถ้าเอาชนะพวกเขาไม่ได้ก็ผสมโรงด้วยซะเลย! ถ้าได้ยินเรื่องตลกก็ให้หัวเราะออกมาดังๆ  หรือถ้าคุณสั่งซี่โครงหมูมาละก็ ดูดน้ำที่ฉ่ำอยู่ในเนื้อหมูให้เหมือนกับแวมไพร์ ขณะที่คุยกันอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องกระซิบกระซาบหรือบ่นพึมพำ พูดเสียงดังปกติได้เลย แล้วก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกถ้าคุณจะเคาะตะเกียบกับจานอาหารให้เป็นทำนองเพลง เพราะทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการกินติ่มซำแสนอร่อย

ไม่ควรทำ: ลดความอ้วน .. แต่จงสั่งอาหารมาเยอะๆ มันค่อนข้างน่าอายถ้าคุณนั่งโต๊ะใหญ่แต่สั่งอาหารมาแค่สองเข่งเล็กๆ ที่บอกว่าให้สั่งเยอะๆ นั้นหมายถึง ขนมผักกาด 2 เข่ง ปอเปี๊ยะ 3 ชิ้น เผือกสอดไส้ 1 เข่ง ข้าวต้ม 4 ถ้วย ทาร์ตไข่ 5 ชิ้น และซาลาเปาไส้หมูแดง 3 ลูก กินให้หมดโดยเร็วเพราะนี่เป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น

ควรทำ: สั่งทีละนิดละหน่อย อย่าสั่งทุกอย่างในครั้งเดียว และขณะที่คุณกำลังง่วนกับการกินและการคุยอยู่นั้นก็ให้เรียกพนักงานมาสั่ง อาหารเพิ่มทีละจานสองจาน (และอีกจาน และอีกจาน ไปเรื่อยๆ)

ไม่ควรทำ: ลังเล .. คุณต้องรวดเร็ว ชาวฮ่องกงมีประสิทธิภาพมากดังนั้นจะไม่มีเวลาให้คุณนั่งอ่านเมนู นั่งนึกว่าจะสั่งอะไรดี นั่งลังเลและสั่งใหม่ ในฮ่องกงทุกอย่างมีแต่ความรวดเร็วเพราะมีลูกค้าอีกเพียบรอต่อคิวโต๊ะที่คุณ นั่งอยู่ จงกินอย่างกระฉับกระเฉงและเคี้ยวอาหารสอง-สามอย่างในเวลาเดียวกัน ขอให้เจริญอาหารนะ!